ชีวิตของดีไซน์เนอร์ผู้โด่งดังเริ่มขึ้นเมื่อสมัยเรียน ฟิลิป ลิม มีโอกาสได้ไปฝึกงานที่แบรนด์คาตาโยน อาเดลิ (Katayone Adeli) พอได้ทำเป็นงานประจำก็เข้ามาเป็นผู้ช่วยนักออกแบบ แต่ไม่นานลิมก็ออกจากที่นี่หลังจากที่ทำงานได้ปีครึ่ง ซึ่งช่วงนั้นลิมก็เริ่มมาสร้างแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับเพื่อนของเขาในชื่อ ว่า Development
หลังจากเริ่มทำเสื้อผ้ากับเพื่อนได้ 4 ปี ลิมในวัย 31 ปี ได้แยกตัวออกมาทำเอง โดยครั้งนี้ได้ร่วมงานกับเพื่อนรักอย่างเหวิน โจว ซึ่งอายุ 31 ปีเช่นเดียวกัน จึงตั้งชื่อแบรนด์ว่า 3.1 phillip lim โดยธุรกิจในครั้งนี้เขาได้ย้ายไปอยู่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่ทำงาน ที่อาศัยของเขาจนปัจจุบัน
แรกเริ่มของ 3.1 phillip lim คงคอนเซ็ปการออกแบบที่เน้นการผลิตเสื้อผ้าที่งดงาม แต่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง เป็นการนำสภาพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบมาเป็นลูกเล่น สิ่งที่ได้คือผลงานสร้างสรรค์อันโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเหนือความคาดหมาย แต่สามารถสร้างความลงตัวกันได้พอดี ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้ ลิมกล่าวว่า
“3.1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่มีความประณีต ละเมียดละไมมากกว่าเสื้อผ้าที่มีนิยามชัดเจน ความละเมียดละไมอยู่ที่ความคลาสสิคในทัศนคติของการออกแบบ ได้สไตล์ที่มีความเป็นส่วนตัวโดยไม่ดูหรือรู้สึกเหมือนถูกบีบบังคับให้ ต้องสวมใส่ ความมั่นใจ นัยแฝงที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ความหรู เท่ และเหนืออื่นใด นั่นก็คือการสวมใส่สบายๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ความพยายาม”
สำหรับลิม การออกแบบเริ่มต้นคือการดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเขา ทั้งรูปทรง สีสัน ผิวสัมผัสของเนื้อวัตถุ รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัว จากนั้น ก็นำมาผสมผสานกันด้วยการใช้เนื้อผ้าหรูหรา และปักเลื่อมสีอย่างมีลำดับขั้นตอน โดยผืนผ้าเหล่านี้เป็นผ้าแคชเมียร์เนื้อบางเบา, ผ้าคอตตอนผ่านกระบวนการซักรีด, ผ้าไหมฟอก และผ้าวูลขัดผิว
นอกจาก นั้นเสื้อผ้าที่ออกแบบได้ความหรูหราที่เต็มไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวาแล้ว ฟิลิป ลิมยังออกแบบAccessories ครบวงจร ได้แก่ รองเท้า, รองเท้าบู๊ต, เข็มขัด, กระเป๋า และเครื่องประดับสัญลักษณ์ประจำฤดู ผลงานของเขาทุกชิ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงความพอดิบพอดี, ความเท่หมดจด ที่ลิมนำมาใช้จนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นกฎสำคัญที่จะสร้างงานในแฟชั่นของเขา
ฟิลลิป ลิม เปิดตัวคอลเลคชั่นของเขาภายใต้ชื่อ 3.1 phillip lim เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีค.ศ. 2005 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งด้านการค้า และเสียงวิจารณ์ของคนทั่วไป จนกระทั่งปีที่ 5 คอลเลคชั่นของเขาได้ขายใน 45 ประเภทศ ทั้งในบูติก และห้างสรรพสินค้าชั้นนำเกือบ 400 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้การจัดแสดงคอลเลคชั่นเปิดตัวเมื่อฤดูใบไม้ร่วงค.ศ. 2005 ก็ได้สร้างความฮือฮาให้นิวยอร์กแฟชั่นวีค จนทำให้ลิมกลายเป็นดีไซน์เนอร์ที่ใครๆก็รู้จัก และจดจำในพรสวรรค์ของเขาอย่างรวดเร็ว
ปีถัดมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2006 ความแรงของลิมยังคงต่อเนื่อง โดยทาง Fashion Group International wfh มอบรางวัล ‘ดาวรุ่งดวงใหม่’ (Rising Star) ในกลุ่มนักออกแบบเสื้อผ้าสตรีให้เขาเป็นครั้งแรก จากนั้น ในเดือนกรกฎาคม สมาพันธ์นักออกแบบแฟชั่นแห่งอเมริกา (CFDA) และ VOUGE Magazine ก็เสนอชื่อของลิมให้เข้ารอบสุดท้ายของผู้เข้ารอบรางวัลอันทรงเกียรติ Fashion Fund Award 2006
ในปีค.ศ. 2007 ฟิลลิป ลิมนำเสนอเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่อีกครั้งทั้งของบุรุษ เด็กและเสื้อผ้าสตรี ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงร่างใหญ่ พร้อมกับคอลเลคชั่นแว่นตา ซึ่งในช่วงเวลานั้นลิมยังได้รับรางวัล CFDA Swarovski Award ในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้าสตรีหน้า เดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน เขาเปิดบูติกครบวงจรของตัวเอง เป็นแห่งแรกบนถนนเมอร์เซอร์ ในมหานครนิวยอร์ก เป็นบูติกที่วางจำหน่ายทุกผลงานสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และ เด็กอย่างครบครัน และยังรวมไปถึงคอลเลคชั่น Go Green Go กับเครื่องประดับต่างๆ จน
กระทั่ง ปี 2008 ธุรกิจเสื้อผ้าของเขาก็โตขึ้น เรื่อยๆ และได้เปิดร้านที่กรุงโตเกียว ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย รวมถึงออกผลิตภัณฑ์รองเท้า ชุดชั้นใน และเปิดร้านอีกที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีในปีเดียวกัน
ความสำเร็จที่เข้ามาของฟิลิป ลิม ทำให้ทุกวันนี้แบรนด์ของเขากลายเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ติดตลาดทั่วโลก และ ตัวเขาเองก็กลายเป็นดีไซน์เนอร์ชาวเอเชียที่โด่งดังในระดับสากลที่วงการ แฟชั่นนั้นรู้จักเป็นอย่างดี..
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น